อาบอำไพ รัตนภาณุ
เอื้อมพร ลอยประดิษฐ์
เข็มเพชร ระหว่างงาน
ณัฐพงษ์ มณีกร
สลิลพัชร โรจนาภินันทน์
เผยแพร่ใน วารสารศิลปะและวัฒนธรรมลุ่มแม่น้ำมูล ปีที่ 14 ฉบับที่ 3 (กันยายน – ธันวาคม 2568) | Pages:580-595
บทคัดย่อ
ในบริบทของสังคมไทยที่กำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงวัยอย่างสมบูรณ์ การเชื่อมโยงความรู้และคุณค่าระหว่างคนต่างวัยจึงมีความสำคัญต่อการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ 4 ประการ คือ (1) ศึกษาและประเมินผลกระบวนการจริยศิลป์เคลื่อนชุมชนในชุมชนปากน้ำประแส (2) วิเคราะห์การเสริมสร้างบทบาทและคุณค่าของผู้สูงวัย (3) สำรวจผลกระทบต่อการเรียนรู้ข้ามวัยและปัจจัยที่ส่งผลต่อการสืบทอดภูมิปัญญาท้องถิ่น และ (4) เสนอแนวทางขยายผลสู่ชุมชนอื่นที่มีบริบทคล้ายคลึงกัน การวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพแบบมีส่วนร่วม มีระยะเวลาดำเนินการ 10 เดือน การเก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบสัมภาษณ์เชิงลึก แบบสนทนากลุ่ม และ แบบประเมินสะท้อนคิด จากกลุ่มตัวอย่างที่คัดเลือกแบบเจาะจง จำนวน 60 คน ได้แก่ ผู้สูงวัย 30 คน เยาวชน 20 คน และผู้มีบทบาทในชุมชน 10 คน เครื่องมือวิจัยในการศึกษาครั้งนี้ผ่านการตรวจสอบคุณภาพของเครื่องมือ โดยผู้ทรงคุณวุฒิ 3 ท่าน และวิเคราะห์ข้อมูลโดยวิธีการวิเคราะห์เนื้อหาเชิงคุณภาพ ผลการวิจัยพบว่า (1) กระบวนการ EAP-CM สามารถดำเนินครบทั้ง 3 ระยะ ได้แก่ การสร้างความไว้วางใจ การเชื่อมโยงความรู้ และการสังเคราะห์บทเรียน โดยผู้เข้าร่วมส่วนใหญ่รายงานว่ากิจกรรมช่วยเปิดใจและเข้าใจระหว่าง (2) ผู้สูงวัยได้รับการยกระดับบทบาทจากผู้รับสู่ “ครูภูมิปัญญา” เกิดความภาคภูมิใจและเห็นคุณค่าตนเอง (3) เยาวชนมีความเข้าใจและเคารพผู้สูงวัยมากขึ้น พร้อมทั้งเรียนรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่น เช่น ความรู้เกี่ยวกับป่าชายเลนและการแปรรูปอาหารทะเล และนำมาต่อยอดในรูปแบบสื่อร่วมสมัย ผลลัพธ์สำคัญในเชิงนวัตกรรมสังคมคือการเกิด “ห้องเรียนสี่ช่วงวัย” และเครือข่ายจริยศิลป์ในชุมชนที่เชื่อมโยงโรงเรียน วัด และพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น (4) แนวทางขยายผลควรรวมถึงการอบรมแกนนำชุมชนและการบูรณาการ EAP-CM ในแผนพัฒนาผู้สูงวัยระดับจังหวัด
คำสำคัญ:
กระบวนการจริยศาสตร์, จริยศิลป์, นวัตกรรมสังคม, การเรียนรู้สี่ช่วงวัย, ระบบนิเวศการเรียนรู้ชุมชน